ข่าวพระราชกรณียกิจ

17 มีนาคม 2565

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะดำเนินงานและผู้เข้ารับการอบรม โครงการฝึกอบรมเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตามพระราชดำริฯ รุ่นที่ 24 เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท ณ วังสระปทุม 

วันที่ 17 มีนาคม 2565 เวลา 14.47 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ ห้องประชุม วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ที่ปรึกษางานโครงการตามพระราชดำริฯ พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.จุฑามณี สุทธิสีสังข์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล คณะดำเนินงานจัดการฝึกอบรม วิทยากร และผู้เข้ารับการอบรม โครงการฝึกอบรมเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตามพระราชดำริฯ รุ่นที่ 24 เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในปีนี้จึงจัดการฝึกอบรมเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 ฝึกอบรมผ่านระบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ -17 มีนาคม 2565 ระยะที่ 2 เมื่อสถานการณ์ของโรคโควิด 19 ดีขึ้น จะจัดการศึกษาดูงานเพื่อเพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์ ณ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีบุคลากรทางการแพทย์สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 42 คน จาก 10 แขวง คือ แขวงคำม่วน เซกอง ไซยะบุลี พงสาลี เวียงจันทน์ สาละวัน หลวงพระบาง หัวพัน อุดมไซ และนครหลวงเวียงจันทน์ 

โอกาสนี้ทอดพระเนตรการนำเสนอโครงการพัฒนางาน ของบุคลากรทางการแพทย์ สาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว ผ่านระบบออนไลน์ จำนวน 9 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา หลักสูตรกุมารเวชศาสตร์ หลักสูตรโรคเมืองร้อน หลักสูตรทันตแพทยศาสตร์ หลักสูตรการพยาบาลเด็ก หลักสูตรเภสัชศาสตร์ หลักสูตรการบริหารงานโรงพยาบาล หลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์ และหลักสูตรโภชนาการ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินโครงการฝึกอบรมฯ มาตั้งแต่ปี 2543 เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล รวมถึงการบริหารงาน แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อีกทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรของทั้งสองประเทศได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันด้านการแพทย์และสาธารณสุข ส่งผลให้ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีความสัมพันธ์อันดีและร่วมกันพัฒนางานด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันมีบุคลากรทางการแพทย์ ที่ผ่านการฝึกอบรมฯ แล้ว จำนวน 23 รุ่น รวม 969 คน โดยการดำเนินงานได้รับความมือเป็นอย่างดียิ่งจาก สถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ และมหาวิทยาลัยมหิดล