วันที่ 9-10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี จัดโครงการอบรมเยาวชน หลักสูตร “สำรวจผีเสื้อในธรรมชาติ” โดยมีนายประสิทธิ์ วงษ์พรม และนางสาวปิยะวรรณ เพียรจัด นักวิจัยอิสระ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เป็นวิทยากร ให้ความรู้แก่นักเรียนและครูจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ำหิน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี จำนวน 15 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับวงจรชีวิต พฤติกรรม และความสำคัญของผีเสื้อในระบบนิเวศของพื้นที่อุทยานธรรมชาติวิทยาฯ
โดยในการจัดอบรมมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการบรรยายและการปฏิบัติ ได้แก่
1) กิจกรรมบรรยาย “ความมหัศจรรย์ของผีเสื้อ วงจรชีวิตและชนิดผีเสื้อในประเทศไทย” บรรยายความรู้ความเข้าใจถึงวิวัฒนาการของผีเสื้อ โดยเน้นกระบวนการเปลี่ยนรูปร่างแบบสมบูรณ์ ตั้งแต่ระยะไข่ หนอน ดักแด้ จนถึงตัวเต็มวัย เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่ควรค่าแก่การรักษา
2) กิจกรรมบรรยาย “หลักการสำรวจและจำแนกชนิดผีเสื้อในภาคสนามอย่างถูกต้อง” ให้ความรู้เชิงวิชาการด้านอนุกรมวิธานเบื้องต้น โดยสอนวิธีการสังเกตลักษณะทางกายภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น รูปแบบเส้นปีก ลวดลาย สีสัน และลักษณะของหนวด เพื่อใช้ในการระบุชนิดพันธุ์ได้ รวมถึงการบันทึกข้อมูลอย่างถูกต้อง
3) กิจกรรมภาคสนาม “สำรวจผีเสื้อเบื้องต้น เรียนรู้วิธีการสังเกตและบันทึกข้อมูลในพื้นที่” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ฝึกปฏิบัติจริงในแหล่งธรรมชาติ เพื่อเรียนรู้วิธีการเดินสำรวจ การสังเกตพฤติกรรมการเกาะ การกินอาหาร และการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งฝึกทักษะการบันทึกข้อมูล
4) กิจกรรมภาคสนาม “สำรวจผีเสื้อกลางคืน” สำรวจความหลากหลายของผีเสื้อกลางคืน โดยใช้เทคนิคการล่อด้วยแสงไฟ เพื่อศึกษาความแตกต่างทางสรีระและพฤติกรรมระหว่างผีเสื้อกลางวันและกลางคืนอย่างใกล้ชิด
5) กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “บทบาทของผีเสื้อต่อระบบนิเวศและการอนุรักษ์” แลกเปลี่ยนความรู้ที่ได้จากการสำรวจร่วมกัน เพื่อให้เข้าใจว่าการอนุรักษ์ผีเสื้อเปรียบเสมือนการรักษาความยั่งยืนของความหลากหลายทางชีวภาพในภาพรวม
6) สรุปผลการเรียนรู้และระดมความคิดเห็น “แนวทางการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อการอนุรักษ์ผีเสื้อ” สรุปองค์ความรู้จากการลงพื้นที่ นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์ รวมถึงถิ่นที่อยู่อาศัย การปลูกพืชอาหารผีเสื้อ หรือการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติต่อไปอย่างยั่งยืน























