วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยนักเรียนและประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายสมเกียรติ ชอบผล รองอธิบดีกรมกิจการพิเศษ สำนักพระราชวัง เชิญถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 170 ชุด ไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัย ณ โรงเรียนร่วมใจประสิทธิ์ ตำบลบึงคอไห อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นและเป็นขวัญกำลังใจ โดยมี นายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นางสาวสุณิสา คำสองสี ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการอบรมและการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไปเผยแพร่ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบเครือข่ายและการมีส่วนร่วม นายอภิเชษฐ์ ชาญอุไร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2 พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมมอบถุงยังชีพพระราชทานแก่นักเรียนและประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ชุมชนโรงเรียนร่วมใจประสิทธิ์ 104 ชุด โรงเรียนร่วมจิตประสาท 23 ชุด และโรงเรียนรวมราษฎร์สามัคคี 43 ชุด
โอกาสนี้ นายสมเกียรติ ชอบผล ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใย กล่าวแก่นักเรียน และประชาชน ต่างซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ นับเป็นขวัญและกำลังใจให้ทุกคนผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากครั้งนี้ไปได้
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน ประกอบกับพื้นที่โรงเรียนและชุมชนติดคลอง และระบบระบายน้ำไม่ทัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในบริเวณโรงเรียน ทำให้วัสดุอุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอนบางส่วนเสียหาย และงดการเรียนการสอนตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน โดยเปิดเรียนอีกครั้งวันที่ 27 ตุลาคม ในส่วนของชุมชนได้รับผลกระทบเนื่องจากยังคงมีน้ำท่วมขังสูงเข้าที่พักอาศัย ครอบครัวนักเรียน ครู ประชาชน 200 ครอบครัว ได้รับความเดือดร้อน ทรัพย์สินเสียหาย อีกทั้งการเดินทางลำบาก ผู้ประสบภัยจึงต้องการถุงยังชีพ รวมทั้งสิ่งของใช้จำเป็นในการดำเนินชีวิต
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันสนองพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เร่งฟื้นฟูสถานศึกษาที่ประสบอุทกภัย ทั้งด้านอาคารสถานที่และอุปกรณ์การเรียน ให้พร้อมเปิดภาคเรียนที่ 2 ตามกำหนด พร้อมช่วยเหลือนักเรียนและผู้ปกครองกลุ่มเปราะบาง จัดกิจกรรมทำความสะอาดและซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า ตลอดจนสนับสนุนสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในอนาคต
































