รางวัล รามอน แมกไซไซ ด้านบริการสาธารณะ พ.ศ. 2534

คำสดุดีพระเกียรติคุณ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ในพิธีทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล รามอน แมกไซไซ
31 สิงหาคม พ.ศ. 2534 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

…สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระอัจฉริยภาพเป็นที่ประจักษ์โดยทั่วกัน ทรงสนพระราชหฤทัยในความเป็นไทย ทรงเป็นพลังแห่งการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ ทรงส่งเสริมการพัฒนางานหัตถกรรม โดยให้มีการสืบทอดภูมิปัญญาอย่างต่อเนื่อง มีการฟื้นฟูหนังตะลุง ซ่อมแซมวัดวาอารามที่สำคัญ รวมทั้งส่งเสริมศิลปะด้านดนตรีไทย ทรงเครื่องดนตรีไทยได้หลายประเภท โปรดทรงระนาดเอก ทรงเดี่ยวระนาด ซึ่งแต่เดิมมักเล่นเฉพาะผู้ชายเท่านั้น ทรงดนตรีไทยและขับร้องเพลงไทยเดิมร่วมกับชนทุกหมู่เหล่าอย่างไม่ถือพระองค์ ทรงฟื้นฟูดนตรีไทยให้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่ง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับปริญญาเอกในสถาบันการศึกษาภายในประเทศ ทรงสนพระราชหฤทัยในเรื่องต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง นับแต่ภาษาของเอเชีย จนถึงเทคนิคและทฤษฎีการศึกษาสมัยใหม่ ในปี พ.ศ. 2527 ทรงใช้เทคโนโลยีการสำรวจระยะไกล ศึกษาสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน ปัจจุบันทรงเป็นพระอาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า การโปรดเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเป็นการนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับการเดินทาง นับเป็นหนังสือประเภทขายดีที่สุด โดยรายได้จากการจำหน่ายได้นำมาพระราชทานเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กที่ขาดแคลน

เหนือสิ่งอื่นใด สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระเมตตาต่อเด็กไทย มูลนิธิในพระราชูปถัมภ์ได้ช่วยเหลือเด็กกำพร้าและเด็กอนาถาให้ได้รับการดูแลและมีบ้านใหม่ เด็กลี้ภัยจำนวนมากได้รับการดูแลจากสภากาชาดไทยในฐานะที่ทรงเป็นองค์อุปนายิกา เด็กหูหนวกและตาบอดทั่วประเทศมีโอกาสได้รับการศึกษาในโรงเรียนพิเศษ และเด็กนับแสนคนในถิ่นทุรกันดารตามชายแดนได้บริโภคอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งยังได้เรียนรู้การพึ่งตนเองด้วยการปลูกพืชผักสวนครัว น้ำพระทัยอันแผ่ไพศาลนับว่าเป็นต้นแบบ ทำให้มีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย ทำให้โครงการมีทุนและการบริหารจัดการที่ดี ไม่เพียงแต่ทรงอุปถัมภ์เด็กๆ ที่อยู่ห่างไกล แต่ทรงติดตามความก้าวหน้าของเขาอย่างใกล้ชิด ทรงเยี่ยมและพระราชทานกำลังใจในทุกแห่งหนเป็นประจำ

การพระราชทานกำลังใจของพระองค์เป็นของขวัญล้ำค่าแก่คนไทย ทรงเป็นที่เทิดทูนในความถ่อมพระองค์และความเรียบง่าย ทรงงานหนักด้วยความเสียสละเพื่อบริการแก่สังคม มีพระราชอัธยาศัยร่าเริง และทรงเป็นเจ้าฟ้าพระอารมณ์ดีที่คนไทยชื่นชอบและยึดถือเป็นต้นแบบของความเป็นไทย ที่สามารถก้าวไปในโลกสมัยใหม่อย่างมั่นใจ

ในการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล รามอน แมกไซไซ ด้านบริการสาธารณะ ประจำปี พ.ศ. 2534 แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี คณะกรรมการเทิดพระเกียรติพระองค์ ในฐานะที่ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชกุมารีแห่งราชอาณาจักรไทยที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการพัฒนาประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรือง และทรงสร้างสิ่งดีๆ อันเป็นที่สุดของความเป็นไทยอย่างเป็นรูปธรรม

The 1991 Ramon Magsaysay Award for Public Service

Ramon Magsaysay Award Presentation Ceremonies
Manila, Philippines, August 31, 1991

…Embracing all things Thai, HER ROYAL HIGHNESS PRINCESS MAHA CHAKRI SIRINDHORN has become a force for cultural preservation. At her initiative, dying handicraft skills are once again being passed from master to apprentice, shadow plays rejuvenated, sacred temples restored, and classical works of music recorded for posterity. She herself plays several Thai instruments, preferring the ranaad-ek, a solo wooden xylophone till now played almost exclusively by men. By singing and performing in public with Thais of all walks of life—unthinkable for royal women of the past—she has helped spur an unprecedented revival of traditional music.
Educated from grade one through her doctorate entirely in Thailand, PRINCESS SIRINDHORN has interests ranging from classical Asian languages to modern educational techniques and theories. In 1984 she mastered remote sensing technology—a tool for studying Thailand’s beleaguered environment—and today she teaches history at the Royal Military Academy. As an inveterate world traveler, she generates esteem for her country abroad. The books she writes about her travels become best-sellers, and the proceeds from them she donates to needy children.

Of all things Thai, PRINCESS SIRINDHORN most of all embraces Thai children. Through a foundation she started, many of Bangkok’s orphans and unwanted children receive attention and find new homes, while hundreds of refugee children are cared for by the Thai Red Cross, which, with her mother, she leads. Also, through her efforts, deaf and blind children throughout Thailand now have special schools, and thousands of pupils in remote border areas receive nutritious lunches and learn self-reliance by growing their vegetables. Generous with her own purse, PRINCESS SIRINDHORN inspires generosity in others. Her projects are well funded and well managed. Moreover, to Thailand’s children she is not a distant benefactor. She takes stock of their progress personally, visiting them everywhere she goes and bringing them cheer.

Cheer is perhaps PRINCESS SIRINDHORN’s most pervasive gift to all the Thais. They are cheered by her modesty, for she speaks softly and spurns ostentatious make-up and clothing. They are cheered by her seriousness, for she turns away from idle celebrity to devote herself to service. Not least they are cheered by her cheerfulness. In the smiling PRINCESS SIRINDHORN, Thais find an image of what they themselves aspire to be: a people moored happily to their traditions, yet treading confidently in the modern world.

In electing H. R. H. PRINCESS MAHA CHAKRI SIRINDHORN to receive the 1991 Ramon Magsaysay Award for Public Service, the Board of Trustees recognizes her making her royal office an instrument of enlightened endeavor for Thailand, and her sparkling embodiment of the best that is Thai.