รางวัลพิเศษสมาพันธ์โภชนาการนานาชาติ
เพื่อเทิดพระเกียรติผลงานดีเด่น ในการช่วยเหลือและส่งเสริมโภชนาการของผู้ด้อยโอกาส

อันเป็นพื้นฐานของการพัฒนามนุษย์
2 ตุลาคม 2552 ณ กรุงเทพมหานคร

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นดวงประทีปให้แก่ชาวโลก ให้เห็นกระบวนการที่ทำให้ประชาชนมีความมั่นคงทางโภชนาการอย่างทั่วถึง  ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ทรงอุทิศพระองค์เพื่อพัฒนาโภชนาการและคุณภาพชีวิตของผู้ยากไร้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเด็กๆ ซึ่งเป็นอนาคตของชาติและของโลก

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงแสดงให้เห็นว่าการสร้างความมั่นคงทางโภชนาการต้องข้ามพ้นกำแพงทางสังคม วัฒนธรรม และภูมิศาสตร์ ทรงเป็นผู้นำการบุกเบิกอย่างเป็นระบบ ในการนำอาหาร โภชนาการ และการศึกษา เข้าถึงประชาชน ซึ่งมิใช่คนส่วนใหญ่ของสังคม แต่เป็นผู้คนที่มักถูกละเลย พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเข้าถึงเด็กและครอบครัวจำนวนนับไม่ถ้วนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ที่ประชาชนถูกละเลยเนื่องจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมและศาสนา ทรงเอื้อมพระหัตถ์ข้ามพระราชอาณาจักร เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ในประเทศเพื่อนบ้านและประเทศที่อยู่ห่างออกไป ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สหภาพพม่า และมองโกเลีย

ทักษะความเชี่ยวชาญของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขยายขอบข่ายครอบคลุมการศึกษา โภชนาการ การสาธารณสุข สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ในโลกปัจจุบันการบูรณาการความรู้สาขาต่างๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาแบบองค์รวมเป็นเรื่องที่ไม่พบบ่อยนัก แต่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงแสดงให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ อันนำไปสู่การพัฒนาโภชนาการอย่างยั่งยืน

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นนักปฏิบัติที่ทรงมุ่งผลสำเร็จ โดยทรงเชื่อมั่นว่า การเริ่มต้นเล็กๆ เรียนรู้จากความผิดพลาด และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าจะนำไปสู่ความสำเร็จ ทรงเป็นผู้ใฝ่เรียนใฝ่รู้ ทรงแสวงหาความรู้ใหม่ๆ นำมาประยุกต์ใช้อย่างเรียบง่าย ประหยัดและก่อให้เกิดผลในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กๆ มารดา และครอบครัวได้

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาหลายด้าน  ทรงเชื่อว่าการแก้ปัญหาโภชนาการและสุขภาพของเด็กต้องเริ่มให้เร็วที่สุด  จึงทรงจัดให้มีโครงการอบรมโภชนาการพื้นฐาน และสุขวิทยา ให้แก่เด็กหญิงวัยรุ่นและหญิงมีครรภ์ รวมทั้งหญิงที่ให้นมบุตร ทำให้เขาเหล่านั้นสามารถเลี้ยงลูกได้อย่างถูกต้อง และดูแลด้านสุขภาพอนามัยได้เมื่อจำเป็น

โครงการอาหารและโภชนาการของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นำไปสู่การพัฒนาโภชนาการอย่างยั่งยืน การเกษตรเพื่ออาหารกลางวันทำให้เด็กๆ ได้เข้าร่วมในโครงการ ได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง และได้ความรู้และทักษะ รวมทั้งได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและสุขอนามัยส่วนบุคคล  การพัฒนาตามแนวทางดังกล่าว ทำให้เขาเหล่านั้นมีเครื่องมือที่ทรงคุณค่าในการดำรงชีวิต

แรงบันดาลพระราชหฤทัยที่ทรงได้รับจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้ทรงเชื่อมั่นในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน  ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถของประชาชนในด้านการเกษตรและการปศุสัตว์ เพื่อให้เขาเหล่านั้นสามารถผลิตอาหารได้ด้วยตนเอง ทำให้มีอาหารที่มีคุณภาพสำหรับหญิงมีครรภ์  หญิงให้นมบุตร และเด็กๆ เกิดความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการภายในครอบครัว

ในการพัฒนาโภชนาการ ทรงคำนึงถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรม ในพื้นที่ที่ประชาชนมีขนบประเพณีทางศาสนาที่ต่างกัน มีความเชื่อทางวัฒนธรรมของตน และมีการแพทย์ดั้งเดิมของท้องถิ่น  ทรงใช้การวิจัยและพัฒนาเป็นเครื่องมือในการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาพฤติกรรมด้านอาหารและโภชนาการ

สมาพันธ์โภชนาการนานาชาติรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการประกาศพระเกียรติคุณสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้เปี่ยมด้วยพระราชปณิธานอันมุ่งมั่น และพระราชกรณียกิจด้านโภชนาการอันกอรปด้วยมนุษยธรรมให้ปรากฏสืบไป

The International Union of Nutritional Sciences (IUNS) Special Award
In Recognition of Her Exceptional Contributions
Through Nutrition Improvement to Development of the Disadvantaged Population
Bangkok, Thailand, October, 4-9, 2009.

Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn stands today as a shining light, showing the world how the process of attaining ‘Nutrition Security for All’ can realistically be undertaken.  For almost three decades, Her Royal Highness has devoted her life to improving the nutritional well-being and quality of life of the poorest and the neediest, and especially to improving the lives of children who are the future of the country and the world. 

Her Royal Highness has shown us that the attainment of nutrition security must transcend social, cultural and geographic boundaries.  Her Royal Highness is a leader in pioneering systematic campaigns in food, nutrition and education that reach people who are usually not a part of mainstream society and are often neglected.  Her work has touched the lives of countless children and families living in remote locations and under difficult living conditions, as well as among those population groups often marginalized due to cultural or religious differences.  Moreover, Her Royal Highness’ untiring efforts stretch beyond the borders of Thailand to improving the lives of people living in neighboring countries and beyond, such as Cambodia, Laos, Vietnam, Myanmar and Mongolia.

Her Royal Highness’ expertise spans broad, yet interrelated areas, including education, nutrition, public health, human rights, and sustainable social and economic development.  In today’s world, such a holistic approach to the application of interdisciplinary knowledge is rare, but Her Royal Highness has shown that it can be done, and it can lead to realistic, sustainable results in nutrition.

Her Royal Highness is both a practitioner and achiever, believing firmly that starting small and learning from mistakes can lead to the best use of resources and thus success.  Her Royal Highness is also a learner, constantly seeking new knowledge that when applied in simple, economic and productive ways, can lead to sound improvements in the lives of children, their mothers and families.

Her Royal Highness’ commitment is evident in many arenas.  Her Royal Highness’ belief that improving the nutrition and health of children must start at the beginning of life has led to training programs in basic nutrition and health care for adolescent girls and pregnant and lactating women, so they are capable of feeding their infants properly and providing basic health care when needed.

Her Royal Highness’ programs in food and nutrition have led to substantial improvements in children’s nutritional well-being.  Her Royal Highness’ school feeding programs promote children’s participation and a learning-by-doing approach that allow children to gain valuable knowledge and skills, as well as to adopt proper eating habit and better personal hygiene practices.  By empowering young people in this way, Her Royal Highness has equipped them with the best tools for life.

Her Royal Highness is also a firm believer in sustainable local development, inspired by the lifelong example of her revered father, His Majesty the King.  Her Royal Highness has empowered local people to adopt improved agricultural and animal husbandry practices to enable them to provide proper, high quality food for their pregnant and lactating women and children, thus ensuring household food security and the nutritional well-being of all family members.

Above all, Her Royal Highness has advocated for a culturally sensitive approach to nutrition and development.  Where people still adhere to their own religious customs, cultural beliefs, and traditional medical practices, Her Royal Highness is spearheading innovative research and development programs aimed at merging local wisdom and scientific knowledge to improve food and nutrition practices.

On behalf of the IUNS, it is with great honor that this citation is extended to Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn for her lifelong commitment to and humanitarian work in nutrition.